ควรรู้ก่อนลงทุน

กองทุนรวม คือ การลงทุนที่นักลงทุนหลายคนรวบรวมเงินไว้ในกองกลาง เพื่อให้ บริษัทจัดการกองทุน นำเงินนั้นไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น หุ้น พันธบัตร ตราสารหนี้ หรืออสังหาริมทรัพย์ ตามนโยบายของกองทุน นักลงทุนจะได้รับ หน่วยลงทุนตามจำนวนเงินที่ลงทุน และได้กำไรหรือขาดทุนตามผลการดำเนินงานของกองทุน

ตอนที่ 1 : รู้จักประเภทของกองทุนรวม

ตอนที่ 2 : เริ่มต้นลงทุนกองทุนรวมอย่างไร

ตอนที่ 3 : ซื้อกองทุนรวมได้ที่ไหนบ้าง

ตอนที่ 4 : ข้อดี-ข้อเสียของกองทุนรวม

ตอนที่ 5 : สรุป

รู้จักประเภทของ กองทุนรวม

กองทุนรวม
  1. กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund)
  • ลงทุนใน: ตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีคุณภาพสูง เช่น ตั๋วเงินคลัง หรือเงินฝากธนาคารที่มีกำหนดชำระคืนไม่เกิน 1 ปี
  • ความเสี่ยง: ต่ำมาก และมีความผันผวนน้อยที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักเงินไว้เพื่อรอจังหวะการลงทุน หรือต้องการสภาพคล่องที่สูงกว่าการฝากประจำ
  • เหมาะกับ: ผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยมาก หรือต้องการเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในระยะสั้น

 

  1. กองทุนรวมตราสารหนี้ (Fixed Income Fund)
  • ลงทุนใน: ตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชน เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้บริษัทเอกชน
  • ความเสี่ยง: ต่ำถึงปานกลาง โดยให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ากองทุนรวมตลาดเงิน แต่มีความผันผวนของราคาตามอัตราดอกเบี้ยและอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้
  • เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและรับความเสี่ยงได้เล็กน้อยถึงปานกลาง

 

  1. กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund)
  • ลงทุนใน: หุ้นของบริษัทต่างๆ ทั้งในตลาดหลักทรัพย์ไทยและต่างประเทศ
  • ความเสี่ยง: สูงมาก เนื่องจากมูลค่าของกองทุนจะเปลี่ยนแปลงตามราคาหุ้นที่ลงทุน ซึ่งมีความผันผวนสูง
  • เหมาะกับ: ผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและสามารถลงทุนในระยะยาว (3-5 ปีขึ้นไป) เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

 

  1. กองทุนรวมผสม (Mixed Fund)
  • ลงทุนใน: สินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์อื่นๆ ตามสัดส่วนที่กำหนด
  • ความเสี่ยง: ปานกลาง โดยขึ้นอยู่กับสัดส่วนของหุ้นและตราสารหนี้ในแต่ละกองทุน
  • เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคงของเงินทุน โดยไม่ต้องจัดการสัดส่วนการลงทุนด้วยตัวเอง เว็บตรง

 

  1. กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment Fund – FIF)
  • ลงทุนใน: สินทรัพย์ในต่างประเทศ เช่น หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ต่างประเทศ หรือกองทุนรวมต่างประเทศ
  • ความเสี่ยง: มีความเสี่ยงที่หลากหลายขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ที่ลงทุน และยังมี ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่ต้องพิจารณา
  • เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพนอกประเทศไทย

เริ่มต้นลงทุน กองทุนรวม อย่างไร

  1. ตั้งเป้าหมายการลงทุนให้ชัดเจน

ก่อนจะเริ่มลงทุน คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณต้องการอะไรจากการลงทุนครั้งนี้ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุนได้ง่ายขึ้น

  • เป้าหมายระยะสั้น: ออมเงินเพื่อซื้อรถ หรือท่องเที่ยวใน 1-3 ปี
  • เป้าหมายระยะกลาง: ออมเงินเพื่อวางแผนดาวน์บ้านใน 3-5 ปี
  • เป้าหมายระยะยาว: วางแผนเพื่อเกษียณใน 10 ปีขึ้นไป

 

  1. สำรวจระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

แต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน การประเมินตัวเองว่าคุณยอมรับความผันผวนของราคาได้แค่ไหน จะช่วยให้คุณเลือกประเภทกองทุนได้อย่างถูกต้อง

  • รับความเสี่ยงต่ำ: เหมาะกับ กองทุนรวมตลาดเงิน หรือ กองทุนรวมตราสารหนี้
  • รับความเสี่ยงปานกลาง: เหมาะกับ กองทุนรวมผสม
  • รับความเสี่ยงสูง: เหมาะกับ กองทุนรวมตราสารทุน (หุ้น)

 

  1. เลือกช่องทางการลงทุนที่สะดวกที่สุด

คุณสามารถซื้อกองทุนรวมได้หลายช่องทาง ซึ่งแต่ละช่องทางก็มีข้อดีแตกต่างกันไป

  • ธนาคาร: สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่
  • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.): มีกองทุนให้เลือกหลากหลายและเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
  • แอปพลิเคชันออนไลน์: ซื้อขายง่าย สะดวก และสามารถเปรียบเทียบกองทุนจากหลาย บลจ. ได้ในแพลตฟอร์มเดียว

 

  1. เปิดบัญชีกองทุนรวม

เมื่อเลือกช่องทางได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเปิดบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่สามารถทำได้ง่ายๆ คล้ายกับการเปิดบัญชีธนาคาร โดยใช้เอกสารที่จำเป็น เช่น บัตรประชาชน และสมุดบัญชีธนาคาร

 

  1. เลือกกองทุนที่เหมาะกับคุณ

เมื่อมีบัญชีแล้วก็ถึงเวลาเลือกกองทุน โดยควรพิจารณาจาก

  • นโยบายการลงทุน: กองทุนนั้นลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด และตรงกับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้หรือไม่
  • ผลการดำเนินงานย้อนหลัง: ดูว่ากองทุนนั้นมีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในอดีตหรือไม่
  • ค่าธรรมเนียม: พิจารณาค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ

ซื้อ กองทุนรวม ได้ที่ไหนบ้าง

กองทุนรวม
  1. ธนาคาร (Banks)
  • เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและเข้าถึงง่ายที่สุด
  • สะดวก: มีสาขาทั่วประเทศ สามารถเข้าไปขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ได้
  • เชื่อถือได้: มีความน่าเชื่อถือสูง
  • ง่ายสำหรับมือใหม่: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นและยังไม่คุ้นเคยกับระบบการลงทุนออนไลน์

 

  1. บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)
  • เป็นบริษัทที่ทำหน้าที่จัดตั้งและบริหารจัดการกองทุนรวมโดยตรง
  • ความเชี่ยวชาญ: ได้รับข้อมูลและคำแนะนำโดยตรงจากผู้จัดการกองทุน
  • ทางเลือกที่กว้าง: มีกองทุนรวมของตัวเองให้เลือกมากมาย
  • ค่าธรรมเนียม: ในบางกรณีอาจมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าการซื้อผ่านธนาคาร

 

  1. บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)
  • ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์และกองทุน
  • ทางเลือกครบวงจร: เป็นเหมือน “ซูเปอร์มาร์เก็ต” ของกองทุนรวม คุณสามารถซื้อกองทุนได้จากหลากหลาย บลจ. บนแพลตฟอร์มเดียว
  • แพลตฟอร์มออนไลน์: มีแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้การซื้อขายรวดเร็ว

 

  1. แอปพลิเคชันลงทุนออนไลน์
  • เป็นช่องทางที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและเหมาะกับนักลงทุนยุคใหม่
  • ใช้งานง่าย: มีแอปพลิเคชันบนมือถือที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายมาก
  • ความยืดหยุ่นสูง: สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ทุกเวลา
  • ค่าธรรมเนียมต่ำ: บางแพลตฟอร์มอาจมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าหรือไม่คิดค่าธรรมเนียมเลย เว็บตรง
  • ข้อมูลครบครัน: มีเครื่องมือช่วยเปรียบเทียบกองทุนและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

ข้อดี-ข้อเสียของกองทุนรวม

ข้อดี

  • มีผู้เชี่ยวชาญบริหารเงินให้  ไม่ต้องมีความรู้ลึกเกี่ยวกับการลงทุน ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์และเลือกสินทรัพย์แทน
  • กระจายความเสี่ยง  เงินในกองทุนถูกลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท ลดความเสี่ยงจากการลงทุนเพียงอย่างเดียว
  • เริ่มลงทุนได้ด้วยเงินน้อย  บางกองทุนเริ่มเพียงหลักร้อย ทำให้เข้าถึงได้ง่าย
  • สะดวกและประหยัดเวลา  ไม่ต้องติดตามตลาดเองตลอดเวลา
  • มีหลากหลายรูปแบบ  เลือกได้ตามเป้าหมาย เช่น กองทุนหุ้น กองทุนตราสารหนี้ กองทุนอสังหาฯ

 

ข้อเสีย

  • มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย  เช่น ค่าธรรมเนียมซื้อขาย ค่าบริหารจัดการ อาจกระทบผลตอบแทน
  • ผลตอบแทนไม่การันตี ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและฝีมือผู้จัดการกองทุน
  • ควบคุมการลงทุนเองไม่ได้ นักลงทุนไม่สามารถเลือกหุ้นหรือสินทรัพย์รายตัวได้
  • ความเสี่ยงจากตลาด แม้จะกระจายความเสี่ยง แต่ถ้าตลาดโดยรวมตก ผลตอบแทนก็อาจติดลบ
  • สภาพคล่องอาจต่ำกว่าหุ้น การขายหน่วยลงทุนต้องรอการทำรายการ ไม่สามารถขายทันทีเหมือนหุ้น

สรุป

การรวมเงินจากนักลงทุนหลายคนเพื่อให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น หุ้น พันธบัตร หรือทองคำ ช่วยกระจายความเสี่ยงและเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาหรือความชำนาญในการลงทุนเอง มีหลายประเภทให้เลือกตามระดับความเสี่ยงและเป้าหมายทางการเงินของแต่ละบุคคล